fah's profileWELCOME TO MY HEAVENPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
WELCOME TO MY HEAVENKRITSADEE FAH CHANTHARACHOTA |
|||||||||||||||||||
|
There are no categories in use.
|
May 15 แค่อยากจะพิมพ์วันนี้เพิ่งจะได้ดูวีซีดี คอนเสิร์ต หลังจากผ่านมาเกือบห้าเดือน ซึ่งเราคิดว่าก็คงยังมีอีกหลายๆ คนในชุมนุมที่ยังไม่ได้ดู สนุกดี แม่ลูกคู่นั้นของเกษตรก็เพี้ยนสมชื่อจริงๆ ดูรักกันมากๆ (แม่ลูกคู่ไหน ถ้าไปดูคอนเสิร์ตก็คงจะรู้กัน)
ช่วงนี้ซ้อมร้องเพลงบ่อยมากๆ ก็ใกล้จะต้องแสดงแล้วนี่ เหนื่อยมากๆ เลย การร้องเพลงทำให้เหนื่อยได้อย่างนี้นี่เอง สุดยอดจริงๆ
เรื่องแรกที่อยากจะพิมพ์ ก็เสียใจด้วยกับบูมซ์และธัญ ที่แอดไม่ได้ตามที่หวังไว้ แต่ไม่เป็นไรอย่าท้อแท้กันนะ สู้ต่อไปได้
สำหรับบูมซ์ แกคงมีปัญหาเยอะตามมา ยังไงก็ค่อยๆ แก้ล่ะ อย่าคิดมากนะ
สำหรับธัญ เราอยากให้ธัญเรียนที่ประเทศไทยนะ เกษตรนั้นแหละ อย่าไปเรียนต่างประเทศเลย อีกอย่างปีหน้าสามารถสอบเอเน็ตแล้วเอามายื่นดูใหม่ก็ได้ ไม่เสียหายหรอก
แล้วเราก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ เอ็กซ์ (เพื่อนเราที่เกษตร) เค้ายื่นคะแนนใหม่แล้วติดรัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจที่ธรรมศาสตร์ กลายมาเป็นรุ่นน้องต่างสาขาของเรา แต่ไม่เป็นไรเดี่ยวเราจะรับน้องแกให้ตาย
ไอ้เอ็กซ์ มันคงเครียด เพราะเห็นโทรมาถามเรื่องธรรมศาสตร์กับเราไม่หยุด ไม่ต้องเครียดหรอก ธรรมศาสตร์ก็เป็นธรรมศาสตร์นั้นแหละ ก็เหมือนจุฬาก็เป็นจุฬานั้นแหละ พอพูดถึงเรื่องนี้ เราก็สงสารครอบครัวของเด็กเชียงรายคนนั้นนะ พ่อแม่เค้าคงเสียใจมากๆ เราว่าลูกเค้าก็คงเสียใจมากเหมือนกันนะ
มะรืนนี้เราก็ต้องไปเป็นน้องแฝงแล้ว ยังทำตัวให้ดูเด็กไม่ได้เลย เวงกรรมมากๆ จะพยายามให้ดูเด็กก่อนแล้วกัน
วันก่อนไปตรวจสุขภาพมา เราสูง 182 เราหนัก 58
ปรากฎว่าน้ำหนักของเรานะ เป็นน้ำหนักจริงๆ แค่ 51 นอกนั้นคือน้ำหนักของไขมัน แล้วก็เช็คน้ำตาลในเลือด เกือบต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่น่าเลย อาจเป็นเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้กินของหวาน แต่หมอบอกว่าเราขาดโปรตีน ก็เป็นไปได้ เพราะเราไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์ซักเท่าไหร่
เราอยากจะบอกว่าเราเกลียดสนามหลวงมากๆ เราไม่เคยเห็นพื้นที่กลางของประเทศไหนที่ปล่อยให้เน่าได้อย่างนี้เลย แถมสนาม(หลวง) อยู่หน้าวังด้วย ทำไมกรุงเทพมหานครถึงปล่อยให้มันเน่าสกปรกได้ขนาดนั้นก็ไม่รู้ มีทั้งอึ นกพิราบ กลิ่นอึ กลิ่นขยะ กลิ่นฉี่ ก็จะไม่ได้มีกลิ่นได้ไง ก็ตอนกลางคืนเห็นคนฉี่ที่ต้นมะขามกันเต็ม เวรกรรมมากๆ อยากจะบอก เราว่าเขตถนนราชดำเนิน สนามหลวง เป็นเขตที่สวยมากๆ แต่ถึงแม้จะมีม้านั่งมากเพียงใด เราก็ไม่นั่งหรอก เพราะไม่รู้ว่าตอนกลางคืนมันจะผ่านอะไรมาบ้าง
วันนี้กลับมาบ้าน งงมากๆ เห็นลุงกับป้าช่วยกันรือบ้าน ก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่า ลุงเอาเงินใส่ไว้ในซองจดหมาย แล้วไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ฟังดูยังไม่เท่าไหร่ใช่เปล่า แต่ว่าจำนวนเงินที่อยู่ในนั้นนะ 15000 พันบาท สุดยอดมั้ยล่ะ ผลสุดท้ายก็หาไม่เจอ หายไปเลย หายไปกับความว่างเปล่า
เดี่ยววันนี้ไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า เพราะไม่รู้จะพิมพ์อะไรอีกดี
รักนะทุกคน April 29 วันนี้วันเกิดเรา อายุสิบเก้าแล้ววันนี้เป็นวันเกิดของเรา ตอนนี้เราก็อายุครบ สิบเก้า ปีแล้ว
วันเกิดปีนี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นเยอะดี
อันแรกไม่รู้ทำไม เราถึงอยากกินเค้กก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ปกติเราไม่ค่อยชอบเค้กเลย
อันดับที่สอง วันนี้ตอนเข้าวันเกิดเรามาประมาณ หนึ่งชี่วโมง (เราออนเอ็มอยู่นะ นับถอยหลังเข้าวันเกิดตัวเอง) อยู่ๆ ไฟก็ดับ แบบไม่มีอะไรเลย พายุก็ไม่มี (ดับได้ไง) ตอนแรกเราก็เฉยๆ ไม่คิดอะไร แต่ว่าซักพัก ไฟก็ติดแบบแวบ แล้วก็ดับไปอีก คราวนี้ขนลุกเลย ไม่ไหวแล้ว ต้องเรียกป้าแอนมานั่งเป็นเพื่อน ไฟก็ยังเหมือนเดิม คือเหมือนจะติด แต่ไม่ติด ซะงั้น ป้าแอนเลยหาเทียนมาจุด
อยากจะบอกว่าเวรกรรมปางไหนก็ไม่รู้ทั้งบ้านมีเทียนอยู่สามเล่ม แล้วไม่ใช่เทียนธรรมดานะ เทียนวันเกิดด้ามเล็กๆ
เครียดอย่างรุนแรง ต้องใช้เทียนวันเกิดอาบน้ำ ตอนนั้นยังไม่ได้อาบน้ำ อาบน้ำไปก็กลัวไปว่าเทียนจะดับ เลยไม่ได้ล้างหน้าให้ดี รีบอาบมากๆ
เสร็จแล้วก็ไปนอน นอนไปได้ซักพัก ไฟก็มา ก็เลยบอกป้าแอนว่าให้เปิดแอร์ให้ด้วย เพราะไม่มีแรงจะเปิด ง่วงมากๆ
ตอนเช้าตื่นขึ้นมา เครียดเลยคับท่าน สิวขึ้น อุตสาห์พยายามดูแลตัวเองแล้วนะเนี้ย พลาดอีกแล้ว
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก
ตื่นขึ้นมาแต่เช้ามาดู พระทินวงศ์ สนุกดี ตามด้วย ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู อันนี้อยากซื้อเก็บไว้นะเนี้ย ดูทีวีไปเรื่อย พอตอนบ่ายก็ไปอาบน้ำ
บ่ายสามโมง ป้าแอนกลับมาที่บ้าน พร้อมพี่ชัยกับพี่กุ้ง
ป้าแอนซื้อเค้กมาให้หนึ่งชิ้น เป็น บลูเบอรรี่ชีสเค้ก
เราแซวพี่กุ้งว่าไหนของขวัญวันเกิดเรา พี่กุ้งบอกว่าพี่กุ้งเพิ่งรู้เมื่อกี้เลยหาไม่ทัน เราบอกว่าไม่เป็นไร ขอตั๋วคอนเสริต์เรนแล้วกัน (พอดีพี่กุ้งได้ไปเป็นบอดี้การ์ดให้เรน ช่วงที่จะมาจัดคอนเสริต์ที่ประเทศไทย) พี่กุ้งก็บอกว่าเดื่ยวจะพยายามเอามาให้ได้
หลังจากนั้นก็มานั่งกินเค้กของป้าแอน ปกติเราไม่ค่อยชอบชีสเค้ก เค้กที่จินตนาการว่าอยากกินคือเค้กที่มีครีมเยอะๆ (แบบว่าอยากขออ้วน)
พอกินเสร็จ ก็นั่งรถแท็กซี่ไปตัดผมกันที่ ถ. ศรีนครินทร์ ค่าแท๊กซี่ ร้อยกว่าบาท
ตัดผมเร็วมาก ร้านที่ป้าแอนชอบ ชื่อ กระบาลงาม
ค่าตัดร้อยบาท เค้าใช้มูสกับผมเราเยอะมากๆ
จากนั้นก็มากินข้าวกันที่ร้านหน้าร้านกระบาลงาม มีเมนูแปลก ข้าวน้ำมะเขือเทศ สั่งกลับไปกินที่บ้าน
ทรงผมทรงใหม่ ตลกดี
ป้าแอนพูดเรื่องทำสีผม ซักพักป้าแอนถามว่าจะทำมั้ย เราก็บอกว่าก็อยากทำ ป้าแอนก็เลยย้อมให้เป็นสีดาร์ก บราวน์ ระหว่างที่ย้อมก็ดู เดอะ ซิงเกอร์ไปด้วย แล้วโฮสแม่ที่ญี่ปุนโทรมาด้วย ถามว่าเราอยากได้อะไรเป็นของขวัญ
ย้อมเสร็จ สีออกมาน้ำตาลดีอ่ะ ซักพัก น้องน้ำก็โทรมา โทรมาHappy Birthday แล้วก็เล่าเรื่องแมวให้ฟัง
จำแมวที่เราเคยเล่าให้ฟังได้มั้ย ที่มันมาอยู่กับหมาที่บ้านเราอ่ะ ตอนนี้มันป่วยต้องไปนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล หมอบอกว่ามันชอบสะสมสารพิษไว้ในตัวมากไป ตอนนี้โอกาสรอดมีแค่ สี่สิบเปอร์เซนต์ (น่าสงสารจัง) น้ำบอกว่าต้องเสียเงินค่าดูแลที่โรงพยาบาลวันละสองร้อยบาท มันโดนฉีดยาด้วย น่าสงสารจัง
น้ำเล่าให้ฟังด้วยว่า แมวที่นอนอยู่ที่นั้น ล้วนมีสกุล แต่แมวเรามันเป็นแมวจรจัดอ่ะ เหม็นก็เหม็น แต่เราว่าดีแล้วล่ะ ถึงมันจะเป็นแมวจรจัด ก็เป็นชีวิตเหมือนกัน พยาบาลถามชื่อแมวกับน้ำเพื่อจะทำประวัติแมวไข้ (เวรกรรม ก็เรียกมันว่าแมวๆ มาตลอด มีชื่อที่ไหนล่ะ) น้ำมันก็ตอบว่า ชื่อเหมียว ค่ะ ตกลงแมวตัวนี้ ชื่อ เหมียวอ่ะนะ ภาวนาให้มันหายด้วยแล้วกัน สงสารมัน อีกอย่างเรารู้สึกว่าเราอยากไปเล่นกับมันอีก
โอเค จะบอกว่าวันเกิดเรา คนแรกที่ส่งข้อความมาให้เราคือพี่ก้อย ส่งมาให้ตอน เที่ยงคืน หนึ่งนาที สามสิบเก้าวินาที คนที่สองคือ พีทส่งมาตอน เที่ยงคืน สิบเอ็ดนาที คนที่สามเป็นเจ้เฮี้ยง คนที่ไม่คลาดฝันคงจะเป็นหมี คณะ สังคมสงเคราะห์ ส่งมาให้แล้วยังโทรมาด้วย ส่วนคนสุดท้าย ก็เป็น เบลล์ สาเหตุ จริงๆ ไม่ใช่คนสุดท้ายหรอก แต่เราไม่รู้ เค้าเลยส่งเข้ามาซ้ำ เลยกลายเป็นคนสุดท้ายไปเลย
คนแรกที่โทรมาอวยพรก็เป็น บูมซ์ โทรมาตอนเที่ยงคืนพอดี คนที่สอง ก็เป็น พีท ส่วนคนสุดท้ายก็คือ น้ำ ก่อนหน้าน้ำ ก็เป็นโฮสเราเอง
ถ้าทางเอ็มเอสเอ็น ก็ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนแรก แต่คนสุดท้าย คือผักกาด
ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่อวยพรวันเกิดเรา ถึงแม้ว่าบางคนเราจะต้องบังคับ แต่ก็มีบางคนที่บังคับเราด้วย
ข้อความจากปุ๋ย "สุขสันต์วันเกิดนะฟ้า พรุ่งนี้มาซ้อมด้วย" โห้ปุ๋ยสัมผัสถึงความรู้สึกเลย
ยังไงก็ขอบคุณทุกคนอีกทีแล้วกัน April 27 ในหลายๆ วันที่ผ่านมา (ภาค๒)เรื่องราวมันก็ไม่ได้ต่อกับภาคแรกหรอก แต่ว่าไม่รู้จะขึ้นหัวข้อว่าอะไรดี
ช่วงนี้อากาศเริ่มแปลกๆ นะเนี้ย ฝนฟ้าคะนอง ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง แปลกมากๆ ตอนนี้อากาศควรจะร้อนแต่ฝนกลับตก แสดงว่าโลกใกล้พินาศแล้วล่ะมั้ง
วันนี้ ได้อ่านเมล์จากโฮสแม่ที่ญี่ปุ่น แม่บอกว่าเพื่อนสนิทเราตอนอยู่ญี่ปุ่นเอนติดคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (คณะที่คะแนนสูงที่สุดของญี่ปุ่น) สุดยอดจริงๆ พูดแล้วก็ทำให้คิดถึงมันมาเลย ไม่รู้ว่าสบายดีหรือเปล่า ยังจำเราได้หรือเปล่า ก็ไม่มีเวลาติดต่อกันมาตั้งนานแล้วอ่ะนะ คิดถึงบรรยากาศตอนอยู่ญี่ปุ่นด้วย คิดถึงญี่ปุ่นจังเลย อยากกลับไปจัง
เล่าเรื่องของเมื่อวานก่อนเลยแล้วกัน ไปประชุมเรื่องแรกพบที่คณะมา ซินบอกว่าเจอกันตอนสิบโมงที่ตึกคณะ ท่าพระจันทร์ โอ้พระเจ้า อุตสาห์ตั้งปลุกไว้ตอนหกโมง นาฬิกาสะเหร่อไม่ปลุก ตื่นมาได้ตอนแปดโมง เซงเลย ต้องรีบอาบน้ำเพื่อไปขึ้นแท๊กซี่แล้วก็ไปต่อเรือที่เดอะมอลล์ เพื่อจะไปผ่านฟ้า แล้วก็จะได้ต่อรถเมล์ไปสนามหลวง จากนั้นเดินไปท่าพระจันทร์ (ดูวุ่นวายดีเนอะ) แต่ว่ามันมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่ก็ตอนจ่ายเงินแท๊กซี่นี่แหละ คือเค้าต้องทอนเราสามสิบบาท เค้าก็ทำเป็นหยิบเหรียญขึ้นมาดู แล้วก็ส่งให้เราพร้อมแบงค์ยี่สิบ เป็นเหรียญบาทหลายเหรียญ เราก็รีบออกจากรถ แล้วก็แบมือดู ดูด้วยตาเปล่าตอนนั้นก็รู้ว่าเหรียญบาทมันมีแค่หกเหรียญ (โอ้ แล้วมึงต้องทำเป็นดูเหรียญให้กูเชื่อด้วยหรอเนี้ย) รู้สึกแย่มากๆ ผิดหวัง ทำไมแท๊กซี่เมืองกรุงต้องทำแบบนี้ด้วย จริงจะว่าไปเราสามารถฟ้องร้องได้เลยนะเนี้ย แต่เรารู้สึกว่าคนกรุงคงจะเห็นว่าปล่อยๆ ไปเถอะ แท๊กซี่(บางคน)มันถึงได้ทำตัวอุบาทขึ้นทุกวัน
นั่งเรือคลองแสนแสบ ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก น้ำก็เน่าเหมือนเดิม ดีแล้วล่ะ เพราะว่าถ้าวันไหนน้ำในคลองแสนแสบมันสะอาดขึ้นมา ก็แสดงว่ามันไม่ใช่คลองแสนแสบแล้วล่ะ (เคยอ่านเจอว่าคลองแสนแสบ คือ คลองที่เน่าที่สุดในประเทศไทย...น่าภูมิใจแทนคนแถวนั้นจัง) ใครที่เคยนั่งเรือคลองแสนแสบจะรู้ว่ามันจะมีม่านให้ดึงเพื่อเป็นกันสาด เราเคยจินตนาการว่าถ้าน้ำในคลองใสสะอาด แล้วไม่มีม่าน นั่งเรือไป ละอองน้ำใสๆ กับลมเย็นๆ ปะทะหน้าคงจะทำให้รู้สึกดี แต่ว่ามันคงไม่ใช่กับคลองแสนแสบในตอนนี้แน่ๆ อย่างที่เคยเล่าไปว่า อยู่ๆ ก็เคยเห็นซากหมาลอยมากับน้ำ
เรามีข่าวดีจะเล่า จากการประชุมเรื่องแรกพบ เราจะได้เป็นพี่เนียน หรือว่าบางแห่งเรียกว่าน้องเนียนนั้นแหละ แต่มีข้อแม้คือเราต้องไปทำตัวให้ดูเด็ก(อันนี้ยากนะเนี้ย) ซินบอกว่าจำใจต้องให้เราเป็น (เพราะเราบังคับ ว่าเราอยากเป็น) หน้าที่ของพี่เนียนก็คือการคอยเชื่อมสัมพันธ์ให้รุ่นน้องเชื่อมกันให้ได้ เราว่าอย่างเราคงต้องให้ทุกคนช่วยกันแสดงละครเพื่อช่วยให้มันดูน่าเชื่อถือกันอีก แต่ไม่เป็นไร เราถนัดอยู่แล้วเรื่องหลอกคนดู หลังจากประชุมเรื่องแรกพบเสร็จ ก็ต้องประชุมเรื่องเชียร์ต่อ จากนั้นเราก็ไปซ้อมร้องเพลงกับคอรัส (ก็จะต้องร้องประกอบแสงสีเสียง ในงาน Light & Sound ที่ท่าพระจันทร์ เพื่อต้อนรับน้องๆ จริงๆ วันแรกพบเราก็ต้องร้องบนยอดตึกโดม แต่ไม่เป็นไรเราสละได้ เพราะเราอยากเป็นพี่เนียน) จะว่าไปเรื่องงานแรกพบ ปีที่แล้วเราก็มานะ แต่ว่าตอนนั้นเราอายจนไม่กล้าเข้าไปในคณะเลย เสียดายจัง
ตอนเย็นพายุฤดูร้อนกระหน่ำ สุดยอดมากๆ กลับบ้านไม่ได้ พายุบ้าอะไรไม่เลือกวันตกเลย
จะว่าไปเมื่อวันพุธ เราก็ไปงานเปิดตัวโครงการพ.ศ พอเพียง กับบริษัท เจเอสแอลที่สวนลุม มีดาราไปเยอะมากๆ แต่เราไม่รู้จัก ก็เลยถามน้องข้างๆ ว่านั้นใครหรอ แล้วคนนี้ล่ะใคร น้องเค้าก็หันมามองอย่างงงๆ แล้วก็ถามว่า พี่ฟ้ามุกหรอ หรือว่าจริงๆ ก็มันจริงๆอ่ะ อยู่รังสิตมีทีวีก็จริง แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูเลย แล้วอีกอย่างเมืองไทยมีดาราผุดยังกะดอกเห็ดอย่างนั้นอ่ะ ก่อนจะกลับพี่ฟาง (พี่ที่เจเอสแอล) ไปเอาขนมเค้กที่เค้าแจกฟรีมากล่องหนึ่ง ตอนแรกก็กะว่าจะนั่งกินกันตรงนั้น แต่แล้ว เมฆดำพร้อมกับสายลมก็พัดมาอย่างรวดเร็ว วิ่งหนีกันแทบไม่ทัน เพราะหลังจากนั้น ห่าฝนก็ตกลงมา ก็เลยต้องเอาขนมเค้กถือเข้าไปในรถใต้ดินด้วย เข้าไปในรถใต้ดินคนเยอะมากๆ พี่ปืนพูดกับพี่เป้(ท้องอยู่) แกpresent ท้องแกหน่อยแล้วกัน จะได้นั่ง พี่เป้ก็เลยชั่วใหญ่เลย ตอนแรกเหมือนจะไม่ได้ผล แต่ซักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งลุกให้(สักพักจริงๆนะ แบบว่ากะว่าคนอื่นอาจจะลุกให้) พี่เพื่อนพี่ปืนเลยพูดให้ฟังว่าตอนนี้ในโทรทัศท์มีรายการใหม่ชื่อว่า น้ำใจในเมืองกรุง เค้าเคยให้คนท้อง คนแก่ เด็ก แล้วก็ผู้หญิงวัยรุ่นถือของเยอะ ขึ้นไปบนรถเมล์ แล้วก็พยายามขอความเห็นใจคนอื่นให้ตัวเองได้นั่งให้ได้ ปรากฏว่าวัยรุ่นแทบจะไม่ได้นั่งเลย เลยมีคนเข้าไปถามผู้ชายแถวนั้นว่าทำไมไม่ลุกให้ผู้หญิงนั่ง เค้าก็ตอบว่า มันเป็นสิทธิ์ของเค้า (ฟังแล้วรู้เลยนะเนี้ย)
พูดถึงรถเมล์ ก็เอาเลย หลายวันก่อนไปดูหนังคนเดียวมาหลายเรื่องมากๆ ประมาณว่าอารมณ์เปลี่ยวจัดอย่างนั้นอ่ะนะ เดี่ยววิจารณ์ให้ฟังเลยแล้วกัน
อันแรก เริ่มด้วย โกยเถอะเกย์ เรื่องนี้เราว่าหอยแสดงได้ดีมากๆ ตรงคาแร็กเตอร์ดี แต่เปิ้ลรู้สึกว่ายังเป็นเปิ้ลอ่ะ ไม่ค่อยอินเลย ชอบตอนเริ่มที่เป็นพวกกะเทยมาร้องเพลงหาส้วม ฉากหน้ากลัวเรื่องนี้หน้ากลัวมากๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังตลก ตอนจบก็จบตลกดี แต่ก็ไม่ค่อยมาก
เรื่องที่สอง แฝด อันนี้ไปดูเพราะว่า ดูจากเนื่อเรื่องแล้วน่าติดตาม แต่ว่าเอาเข้าจริง เนื่อเรื่องไม่ค่อยเคลียร์เลย ประมาณว่าตกลงไม่รู้ว่ามีผีจริง หรือว่านางเอกโรคจิตกันแน่ แล้วก็เรามีความรู้สึกว่าไม่ค่อยน่ากลัว (ไม่น่ากลัวเลย) อ้อ แล้วเรารู้สึกว่าเลียนแบบหนังโรคจิตฝรั่งไปหน่อย ที่ว่าคนที่เป็นโรคจิตเนี่ย ตกบันได โดนตีกระแทกยังไงก็ไม่เจ็บ แต่ว่านั่นส่วนมากเค้าเป็นผู้ชาย แต่นี่เป็นมาช่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ เวรกรรม ถ้าดูเอาแนวหักมุมก็โอเค
เรื่องที่สาม เมล์นรกหมวยยกล้อ อันนี้ไม่เข้าใจว่าชื่อเรื่องเกี่ยวอะไรกับเรื่อง แต่ว่าโดนใจมากๆ เพราะขำสุดๆ โดยเฉพาะ อชิตะ คาแรกเตอร์เค้าเด่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นฟอร์กราวด์หรือแบกค์กราวด์ เค้าจะไม่ทิ้งคาแรกเตอร์เค้าเลย ขำสุดๆ ถูกใจดี
ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่อง เดอะริบปิ้ง จำชื่อภาษาไทยไม่ได้ อันนี้หักมุมมากๆ เด็กตัวเอกสวยมากๆ แต่ว่าเราว่าเค้าพลาดตรงที่ถ้าคนที่ไม่รู้คัมภีร์จะดูไม่รู้เรื่องเลย เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดตอนไหน แล้วก็อีกอย่าง ลูกของนางเอกถูกฆ่าไปบูชายันต์ ทำไมนางเอกไม่ทำอะไรเลย แปลก
ตอนนี้จะว่าไปก็อยากดูหนังอีกนะเนี้ย
อ้อ ยังไม่ได้เขียนเรื่องที่ไปทำงานงานหนังสือเลย เดี่ยวค่อยมาเขียนใหม่ดีกว่า March 22 ในหลายๆวันที่ีผ่านมาก่อนอื่น ต้องบอกว่าตอนนี้ เราอยู่ที่บ้านที่นครศรีธรรมราช บรรยากาศสวยงามมาก แต่ฝนตกทุกวันเลย เบื่อ(จริงๆ ก็ไม่รู้จะเบื่อทำไม เพิ่งจะมาถึง เดี่ยววันศุกร์ก็คงกลับไปแล้ว) สาเหตุที่ต้องกลับไปกรุงเทพฯ ก็เพราะว่า ข้อแรก ได้งานที่บูธหนังสือของใยไหมตอนช่วงสัปดาห์หนังสือแห่งชาติแล้วก็ต้องกลับไปปฐมนิเทศ (อย่าลืมไปกันนะ) ข้อสอง ได้งานสอนหนังสือภาษาญี่ปุ่น ที่เซ็นทรัลรัตนาธิเบศน์ (ไกลมากๆ) ต้องไปทำหลักสูตรการสอน ข้อสาม ต้องกลับขึ้นไปซ้อมคอรัส ที่ธรรมศาสตร์ กับคอรัสของญี่ปุ่น เบื่อต้องนั่งรถอีกแล้ว เบื่อมากๆ ตอนขากลับมาจากกรุงเทพฯ โคตรเซ็งเลย นั่งข้างๆผู้ชายมีอายุ แล้วเค้าก็ไม่ค่อยจะเกรงใจเราเลย นั่งรถ อ้าขาเสียเหมือนตัวเองซื้อตั๋วสองเก้าอี้ โคตรเซ็ง เราต้องพยายามนั่งในตัวเล็กที่สุด เท่าที่จะำทำได้ แล้วอีกเรื่องที่ทรมาน ก็คือ เราสูงตั้ง ร้อยแปดสิบ ต้องไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก ขามันก็ยาวเลย เมื่อยมากๆ แอร์ก็หนาว น้ำแอร์ก็หยดลงบนตัวเรา (เวงกรรม) อีกเรื่องที่ทนไม่ได้ก็คือ ทำไมต้องเปิดโปงลางสะออนให้ผู้โดยสารดู ถ้าแค่เพลงสองเพลงมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่นี่เปิดทั้งอัลบัม (คาราโอเกะ) ตามด้วยเพลงของต่าย อรทัย (โอ้ พระเจ้า) อีกเรื่องหนึ่งกว่าจะแวะพักรถ มันมาแวะพักที่ชุมพร ตอนตีหนึ่ง ข้าพเจ้าก็ัอั้นฉี่ไว้ตั้งแต่ตอนสองทุ่ม เกือบตาย แวะร้านอาหารชื่อดัง คุณสาหร่าย (แค่เห็นชื่อ ก็ทำให้นึกถึงคุณน้องสาหร่าย) เค้ามีเลี้ยงข้าวต้ม ตอนแรกก็ว่าจะไม่กินแล้ว แต่ดันอยากกินยำผักกาดดอง ก็เลยไปกิน อร่อยดี พอกลับขึ้นมาบนรถ รู้สึกเหมือนลุงคนนั้นคงรู้ตัว เค้าก็เลยนอนดีขึ้น ไม่อยากพูดแล้วเรื่องนั่งรถ เบื่อไปเรื่องนั่งเรือดีกว่า เรื่องมันก็มีอยู่ว่าวันนั้นมันเป็นวันอาทิตย์ แล้วเราต้องเข้าไปในเมือง พอดีพี่จิ๋วอยู่ในเมือง เราก็บอกให้พี่จิ๋วรอกลับบ้านที่บางกะปิด้วยกัน จากประตูน้ำไปบางกะปิ ถ้าให้เร็วแล้วก็ถูกที่สุดก็คือการนั่งเรือ คลองแสนแสบ ใครที่เห็นคลองแสนแสบคงจะรู้ว่าคลองนี้สุดแสนจะบรรยาย (เราเคยนั่งเรือกับเพื่อน แล้วเห็นขาหมาลอยชี้ ผ่านมาข้างตัวเรือ) กว่าจะกลับกันก็เกือบสองทุ่มแล้ว ตอนนั้นเรือใหญ่มันก็เลยหมด เหลือแต่เรือเล็ก (สภาพเหมือนเรือแจว) นั่งได้ช่องลุสองคน (ตั้งนั่งแบบอัดด้วย) ไม่มีที่กันน้ำกระเด็น พี่จิ๋วกับเราก็นั่งแถวที่สองจากหน้าเรือ เรือออกจากท่าประตูน้ำด้วยความหวาดหวั่นอย่ีางเ้ต็มที่ของพี่จิ๋ว (เจ้แกบ่นไม่หยุด) โอ้พระเจ้า น้ำที่กระเด็นมาโดนตัวพวกเราช่างทำให้รู้สึกดีจริงๆ เรือแล่นไปซักพัก ปรากฏว่าเรือดับกลางคลองแสนแสบ ทุกคนนั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร เจ้่าของเรือ พยายามสต๊าตเครื่องอีกครั้ง ปรากฏว่ามันไม่ติด ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน พี่จิ๋ว: พี่ค่ะ มีอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าค่ะ ฟ้านึกในใจ "จะไปช่วยอะไรเค้าได้เนี้ย" พี่จิ๋ว: เดี่ยวหนูว่ายน้ำขึ้นฝั่งไปให้ก็ได้นะค่ะ คนบนเรือหัวเราะ ฟ้านึกในใน "กระโดดเลยพี่จิ๋ว อยากรู้่เหมือนกันว่าถ้าคนตกคลองแสนแสบจะเป็นยังไง เบื่ออีกแล้วก็เรื่องนั่งเรือเนี้ย ไปเรื่องสุนัขดีกว่า ตอนนี้ที่บ้านเราที่นคร มีหมากับแมวอย่างละตัว หมาเป็นพันธุ์หลังอาน อายุประมาณหกเดือนแต่ตัวโตมากๆ ยังกะปีกว่า มันชื่อว่าน้องน้ำตาล (สาเหตุที่ตั้งไว้อย่างนี้เพราะว่าตอนแรกมันตัวเล็ก - ตั้งไม่คิดถึงอนาคตมันเลย) น้องน้ำตาลเป็นหมาที่ติ้งต๊องมากๆ เป็นหมาตัวเดียวด้วยมั้งที่แม่กับพ่อ อนุญาติให้มันเข้ามาเดินในบ้าน แม่บอกว่ามันยังชอบกัดอยู่นะ เพราะว่าอายุมันยังน้อย ตอนแรกก็ไม่เชื่อ วันนี้เจอกันตัวเองถึงรู้ ตั้งรูปถ่ายจากเมืองจีนที่เอามาให้แม่ดูไว้ในบ้าน ปรากฏคุณน้องน้ำตาลเอาไปแทะเล่นใต้ถุนบ้านทั้งอัลบัม เราก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรหรอก แต่คนที่โมโหมากๆ นะ คุณแม่คับ เพราะว่าท่านอุตสาห์รอค่อยอัลบัมรูปนี้มานานแรมปี ซวยเลยไอ้น้องน้ำตาล ส่วนแมว ไม่มีชื่อ เนื่องจากมันไม่มีสายเลือดโดยตรงจากพวกเรา (มันมาจากไหนก็ไม่รู้ แม่บอก มาร้องเหมี่ยวๆ อยู่ใต้ถุนบ้าน แม่สงสารเลยใ้ห้ข้าวมันกิน ปรากฏว่าหลังจากนั้น คุณน้องแมว ก็พำนักที่นี่เลย แล้วคุณน้องไม่ีอยู่นอกบ้านด้วยนะ ต้องเข้ามานอนในบ้านบนที่ตั้งผ้าห่ม แล้วปกติมันก็ไม่ร้องเหมี่ยวแต่ว่า มันร้อง "หม่าๆ" อ่ะ หมาแมวคู่นี่อยู่กันได้ไงก็ไม่รู้ พูดถึงหมา ก็ต้องเล่าเรื่องหมาีที่ไปเจอหน้าเซ็นทรัลเวิร์ดกับพี่แหวน มันเป็นหมาที่ผอมมากๆ ผอมจนไม่มีแรงเดิน ไม่มีแรงแม้จะยืน มันเซไปเซมาไม่ยอมล้ม พี่แหวนกับเราดูแล้วก็รู้สึกสงสารมันมากๆ พี่แหวนก็เลยไปหาซื้ออะไรมาให้มันกิน ระหว่างนั้นเราก็นั่งเล่นดูมันอยู่ คนที่เดินผ่านไปแถวนั้นดูมันเหมือนกับเป็นดาราหน้ากล้องเลย ชี้กันใหญ่ "ดูสิ หมาตัวนั้นมันกำลังจะตาย" โห้ ถ้าหมามันเข้าใจมันคงจะรู้สึกดีใจมากๆ เลยนะเนี้ย สักพักพี่แหวนก็กลับมาพร้อมกับเนื้ัอย่าง มันก็กิน ระหว่างนั้นก็มีคนต่างชาติซื้อลูกชิ้นมากองให้มันเยอะมาก ปรากฏว่าหมาไม่แดกครับ สงสัยลูกชิ้นใส่สารบอแรกหรือไม่ก็แป้งมากเกินไป จากนั้นพี่แหวนก็ไปซื้อนมมาให้มันกินอีก พี่แหวนเทนมใส่ถุงแล้วเอาไปให้มัน แต่มันไม่กิน แล้วมันก็เดินหนีไป (อ้าว มันเอาแรงที่ไหนมาเดินหนีไปล่ะเนี้ย) พี่แหวนก็ยกถุงแต่ลืมไปว่ามีนม ก็เลยทำนมหก (นมที่เป็นน้ำนะ ไม่ใช่นมพี่แหวน) นมหกกลางลานเซ็นทรัลเวิร์ด คนอยู่กันเป็นร้อย พี่แหวนก็เดินมาหาเรา คำแรกที่พูดกับเราก็คือ "พี่เกลียดหมาตัวนั้น" อ้าวเมื่อกี้ยังรักกันอยู่เลย อิอิ พูดถึงเรื่องนี้ก็ต้องคุยเรื่องไปช้อปปิ้งกันที่แพทตินัมต่อ ซื้อเสื้อผ้ากันสนุกมากๆ แต่ตอนเรานั่งรถกลับ พี่แหวนก็โทรศัพท์มาหา ฟ้า: ว่าไงพี่แหวนมีอะไรจ้า พี่แหวน: ฟ้าพี่เอาเสื้ัอขึ้นมาดูบนรถเมล์ แล้วเสื้อมันปลิวออกไปจากรถเมล์อ่ะ ฟ้า: จริงหรอพี่แหวน แล้วนี่อยู่ไหนอ่ะ พี่แหวน: ก็ลงมาตามหานั้นแหละ ฟ้า: แล้วมันปลิวได้ไง พี่แหวน: ก็พี่เอามันขึ้นมาดูไง แล้วตอนที่จะใส่กลับไปในถุงมันก็ปลิว ผู้ชายหลังรถก็หล่อด้วย เค้าก็หัวเราะ ฟ้านึกในใจ "สมควร แทนที่จะกลับไปดูที่บ้าน แล้วตกลงห่วงเสื้อหรือว่าห่วงภาพลักษณ์ เพราะว่าถ้าจะให้พูดเธอก็เสียไปทั้งสองอย่างแล้วล่ะ" สุดท้ายก็หาเสื้อตัวนั้นไม่เจอ เค้าว่าหน้าตารูปนี้ของเราเหมือนคนพวกนี้แหละ March 04 เมื่อวานไปดูฟรีคอนเสิร์ตมาเมื่อวานเราไปดูฟรีคอนเสิร์ต กับพี่จิ๋ว กบ แล้วก็มีพี่ชายตามไปตอนหลัง
นั่งรถตู้จากฟิวเจอร์ไปกับกบสองคน ร้อนมากๆ แคบด้วย (เราไม่ชอบรถตู้มากๆ)
กว่าจะถึง The Mall บางกะปิ (สถานที่จัดคอนเสิร์ต) ก็ใช้เวลาไปตั้ง สองชั่วโมง
คอนเสิร์ต เลทไป ชั่วโมงหนึ่งกว่าจะเปิดประตูให้คนเข้าไปได้
ประตูเปิดตอนบ่ายโมง พี่จิ๋วมาจากบ้านคุณย่าพี่จิ๋ว
กว่าคนจะเข้ามาให้ Hall เรียบร้อยก็ใช้เวลาไปอีก ชั่วโมงครึ่ง คอนเสิร์ตก็เลยเริ่มตอน บ่ายสองครึ่ง
ระหว่างนั้นเรากับพี่จิ๋ว กบ ก็เลยถ่ายรูปกันไปเล่นๆ
ศิลปินคนแรกที่มาก็คือ พลพล โดยคอนเซ็บต์ว่า ความรักแบบอบอุ่น
พลพลอบอุ่นมากๆ เสียงเพราะมากๆ มีนู๋แหวน มาเป็นแขกรับเชิญ
พวกเราก็เต็มอิ่มกับพลพลไปเต็มๆ 1 ชั่วโมง
คนต่อมาก ก็คือบอย Peacemaker คนนี้เค้าต้องมาแบบโรแมนติก
แต่ว่าเรารู้สึกว่าพี่บอยจะเข้าใจงานผิดไปหน่อย ก็เลยร็อคอย่างเดียว
แถมยังร้องเพลง เสียงกระซิบอีก เวงกรรม
แขกรับเชิญของพี่บอยเป็น จ๋ะจ๊า
คนสุดท้าย ก็มาช่า คนนี้เค้าสวยมากๆ ร้องเพลงก็เพราะ โดยเฉพาะเมดเลย์เพลงช้าของเค้า
แต่ว่าคอนเซ็บต์เธอก็แปลกอีกเหมือนกัน เพราะจริงๆ เธอต้องร้องแบบซาบซึ้ง
แต่นี่เธอร้องเพลง แตกหัก กับ ดันทุรังสูง (ซาบซิ้งตรงไหนเนี้ย)
กว่าคอนเสิร์ตจะเลิก ก็หกโมงเย็น พี่ชายมาทันมาช่าพอดีเลย
จากนั้นพวกเราก็ไปหาอะไรกินกัน
อะไรที่ว่าก็คือ Hachi ban Ramen อร่อยดี(ของชอบเราอยู่แล้ว)
February 26 สอบภาษาไทยวันนี้สอบfinal ภาษาไทย วิชาแรกของเทอมสอง
ทำได้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ (เพราะไม่ค่อยจะได้อ่าน)
เมื่อวานก็นอนดึกไปหน่อย เอ็กซ์ก็เลยบอกว่า B-ing ช่วยได้
ตอนเช้าเราก็เลยซัด B-ing สีฟ้า เข้าไปขวดหนึ่ง
ช่วยได้จิงๆ ด้วย ฉี่เกือบแตกกลางห้องสอบเลยกู
ต้องขออนุญาติไปห้องน้ำก่อนเวลาอันควร
ข้อสอบเขียนทั้งหมด เกือบทำไม่ทัน
ทำเสร็จข้อสุดท้ายตอนอาจารย์บอกหมดเวลาพอดี (เกือบไปแล้ว)
หันไปมอง อาดิลัน (นั่งอยู่ข้างหลัง)
อ้าว เวรแล้วลัน เหลืออีกตั้ง 1 หน้า ไม่ได้ตอบ
จะช่วยยังไงดีล่ะเนี้ย
กว่าจะสอบอีกที ก็อีกสองวัน
เราก็เลยมาหาหนังดูเล่นๆ ที่หอป๋วย(อีกแล้ว)
ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่
ก็เลยมาเล่นเน็ต
เปิด Youtube เว็บไซต์ที่ดีมากๆ
ค้นหาไปค้นหามา เจอเรื่อง Season Change ของ Cheer club
ที่เพื่อนเราที่ชื่อ ทู เป็นคนนำแสดง (ผู้หญิงคนที่แสดงเป็นคนที่ไม่ใช่นางเอกของเรื่องนะ)
ดูกันเอาเองดีกว่า
เดี่ยวเราต้องไปตลาดกับพี่จิ๋วอีก ไปแล้วนะ
ขอขอบพระคุณ YouTube อีกครั้ง February 25 อยากเล่าเรื่องของเมื่อวาน ฟังเพลงตามไปด้วยเมื่อวานก็ตื่นเช้าพอประมาณของเรา เวลาเดิมๆ 10 โมง
ก่อนอื่นต้องของขอบคุณ Youtube อีกครั้ง สำหรับเพลงเพราะๆ
ลุกขึ้นมาอาบน้ำ ห้องน้ำก็ยังเหมือนเดิม คือไฟเสีย เปิดไม่ได้
อาบน้ำเสร็จก็ลงมากินข้าว โทรไปหาพี่ชาย กับพี่บอน
แล้วก็พี่แหวนด้วย เพราะว่าวันนี้มีนัดไปBangkok Japanese chorus กัน
มาเริ่มกันที่เพลงแรกของวันนี้ที่อยากให้ฟังกันเลยแล้วกัน
Winter Love เป็น single ใหม่ของ BoA เพราะมาก
ความหมายก็มีอยู่ในเพลงนะ เนื้อหาเพลงนี้ก็ออกแนวเศร้าๆ อ่ะนะ ก็พึ่งอกหักนี่หว่า เหอะๆ
กินข้าวเสร็จแล้วเราก็มาหอป๋วย มาเล่นเน็ตสักพัก แล้วก็เดินไปขึ้นรถตู้ NGV เข้าเมือง
ก็อยู่รังสิต มันบ้านนอก ก็ต้องบอกว่าเข้าเมืองสินะ
ก่อนหน้านั้นก็ต้องโทรไปหาป้าอุ้ยก่อน เรื่องที่วันที่ 3-4 นี้จะไปสุราษฎร์ธานี
ป้าอุ้ยจะได้จองตั๋วเครื่องบินให้
ระหว่างเดินทาง ก็มาฟังเพลงนี้กันดีกว่า เห็นบ่อยๆ บนรถไฟฟ้า
เพราะดี ชอบมากถึงจะความหมายมันไม่รู้เรื่องก็ตาม
Never Say Goodbye ของ Mario&Nasty
ประกอบเรื่อง My Girl (ไม่เคยดูเลยนะเนี้ยเรื่องนี้)
นั่งรถมาถึงรถไฟฟ้า ก็โทรไปหาน้องซัน
เพราะจำได้ว่า วันนี้เค้ามี Meeting AFS กันแถวชิดลม
ก่อนหน้านั้น เราก็เลยแวะ พารากอน เพื่อซื้อแฟ้มใส่โน้ตเพลงก่อน
เอาล่ะ มาฟังเพลงของ Orange range อีกสองเพลงแล้วกัน
ชอบมากเลยสองเพลงนี้ อันแรกคือ Sayonara ส่วนอีกเพลงหนึ่งคือ
Kizuna อันแรกนะเป็นMusic เป็นเรื่องราว ลองฟังให้เข้าใจกันเองแล้วกัน
ว่าเค้าเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร ส่วนKizuna หาMusic มาให้ดูไม่ได้
ก็ฟังกันไปแต่เพลงแล้วกัน
พอได้แฟ้มแล้วก็เลยเดินจากพารากอนไปหาน้องซัน น้องมิ้น น้องบูม แล้วก็น้องอะไรนะ อีกคนหนึ่ง
ไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งสั่ง สตรอเบอรร๊ ดีไลท์ มากิน ถ้วยเล็กมาก ราคาตั้ง 120 แพงฉิบหาย
พี่แหวนโทรมาตาม (ก็ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลานัดแล้วนี้) ก็เลยต้องหยุดเหตุการณ์ตรงนี้ แล้วก็รีบไป
โอเค ระหว่างนี้ เราก็มาฟังเพลง Stop Stop Stop กันดีกว่า
Music เพลงนี้สุดยอดมากๆ ควรแก่การดู ของ Nu Virgos
เป็นไงล่ะ กับการคั้นเวลาด้วย Music เพลงนี้
หลังจากนั้นเราก็มาถึง สถานีเอกมัย
ณ ที่นั้น พี่บอน พี่ชาย พี่แหวน บูมซ์ รอกันอยู่แล้ว
เวงกรรมจิงๆ เลยกู เป็นคนนัดแต่ดันมาช้าเอง
เราก็เลยนั่งรถแท๊กซี่ จาก ณ จุดจุดนั้น ไป
ตอนนี้ก็ไปฟังเพลงนี้กัน Ru Guo Ai
ประกอบเรื่อง Perharps Love
เคยดูกันหรือเปล่านะ
พอมาถึงปรากฏว่าพวกเค้ากำลังซ้อมออกเสียงกันอยู่พอดี
การซ้อมหนักพอควรนะเนี้ย
ต้องหัดเอาเสียงให้กังวาลออกมาจากหัวให้ได้
เหนือยดี
คราวนี้ก็มาถึงคราวของ Hamasaki Ayumi
กับเพลงที่มีชื่อว่า Heaven
จากนั้นเพลงแรกที่เค้าร้องกันก็คือ Kimi wo Nosete
วันนี้วง เป็นอะไรไม่รู้ร้องกันไม่ค่อยเพราะเลย
ระหว่างพัก เค้าก็เอาลูกอมมาให้กิน
บูมซ์กินเข้าไป พอถึงช่วงร้องเพลง ก็เลยสำลัก ติดคอ
สมน้ำหน้ามัน
ตอนขากลับ ก็เดินกลับกันออกมา
บูมซ์แปลกแยก ไปขึ้นรถ กับพวกญี่ปุ่น ออกมาจากซอย
เดี่ยวค่อยมาต่อดีกว่า ตอนนี้ต้องไปอ่านหนังสือก่อน February 23 วันนี้เอาเพลงมาฝากวันนี้ก็เอามิวสิค Miss You ของ Tohoshinki มาให้ดูกัน
เป็นอีกหนึ่งเพลงชอบของเรา
คำแปลก็มีอยู่ใหมิวสิคนะ ดูเอากันก็แล้วกัน
วิธีดูก็คือ คลิ๊กสองครั้ง ที่เพลงนะ อย่าลืม Stop window media player ก่อนนะ
ส่วนอันนี้ก็เพลง Hanamuke ของ W-inds
จากชื่อเพลงก็น่าจะแปลว่าเพลงทางดอกไม้
มิวสิควีดีโอออกแนวฮาๆ ไม่เหมือนกับเนื้อเพลงเลยอ่ะ สงสัยจังว่าใครทำมิวสิคเพลงนี้
คราวนี้ก็มาถึงคิวของเพลง Hana แปลว่าดอกไม้ ของ Orange Range กลุ่มศิลปินที่ดังมากในญี่ปุ่น
เพลงนี้ประกอบเรื่อง BE WITH YOU หวังว่าคงเคยดูกันนะ
เพราะใช่มั้ยล่ะ ความหมายดีมากๆ ต่อไปก็มาถึงวง Smap บ้าง
อันนี้รู้สึกว่าจะเป็น single ออกใหม่ของวงนี้
ชื่อว่า Show Your Smile
เอาล่ะ คราวนี้เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นภาษาเกาหลีกันบ้างแล้วกัน
ต้องวงนี้เลย ถึงแม้ว่าจะแก่กันแล้ว Shinhwa
กับเพลงที่มีชื่อว่า Once in A Lifetime
สุดท้ายแล้ว ก็ต้องเป็นคนนี้เลย Jay Chou
เราชอบศิลปินคนนี้มากๆ
เพราะเราคิดว่าเค้าสามารถนำเอาเครื่องดนตรีจีนมาผสมกับเพลงได้ดีมากๆ
เพลงนี้เป็นเพลงแรกของ Jay ที่เราประทับใจ
ชื่อว่า Fa Rue Xue หรือ Snow Like Hair
มีคำแปล แต่ว่าอ่านแล้วงงๆ ดี
ทั้งนี้และทั้งนั้น เราก็ต้องขอบคุณ เว็บไซต์ YOUTUBE
เว็บไซต์ดีดี ที่ทำให้เราได้ฟังเพลงและดูมิวสิควีดีโอออนไลน์
ชอบจังเว็บไซต์นี้ February 21 เรื่องราวของวันที่ยี่สิบเอ็ดกุมภาวันนี้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า มานั่งพิมพ์งานภาษาไทย
ทำเสร็จก็ต้องเอาไปพิมพ์ที่หอป๋วย (รีบเอาไปพิมพ์)
เสร็จแล้วก็ต้องรีบเอาไปส่งในคาบ (เวรกรรม ทำไมไม่ทำก่อนวะ)
วันนี้อาดิลันปล่อยมุข (แป๊ก) เยอะมากในคาบเรียนภาษาไทย
ตอนเที่ยงก็ไปกินข้าวกับพี่จิ๋วที่โรงอาหาร SC กินข้าวร้านเดิมๆ นั้นแหละ
จากนั้นก็โดดเรียน TU120 มาดูหนังที่หอป๋วย ดูเรื่องเกมส์รักคาสโนว่า
โคตรฮาเลย แต่ดูคนเดียวจะหัวเราะดังก็ไม่ได้
กลั่นหัวเราะจนปวดท้องไปหมด
พอถึงสี่โมงครึ่งก็ออกไป เพื่อเตรียมจับฉลากหอ
หอพักปีหน้ามันจะมีไม่พอ ต้องมีการจับฉลากหอด้วย
งานจับฉลากหอโคตรใหญ่เลย เหมือนกับเป็นงานวัด
แถวคนรอจับฉลากเยอะมากๆ จะจับแถวละคน มีประมาณ 6 แถว
แล้วก็มีพิธีกรคอยแซวด้วย อย่างกะเป็นงานมหกรรมอะไรซักอย่าง
ฉลากจะมีสองแบบ สีเหลือง คือได้หอ แล้วก็สีชมพู ไม่ได้
จากการสังเกตุ พวกที่ใส่เสื้อสีชมพูจะได้ใบสีชมพู เหมือนเสื้อที่ตัวเองใส่
ไอ้พี่พิธีกรสองคนก็พูดแซวคนจับกันสนุกสนาน ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ
เราจับหลังจี ก็เป็นคนกลุ่มแรกๆ ของหอ (เพราะว่าเราแซงคิวชาวบ้าน)
เราได้คิวจองที่ 392 คิวจับบัตรที่ 104 เราจับหลังจี
คนหน้าจี จับได้สีชมพู ส่วนจีจับได้สีเหลือง
จำได้ว่า ตอนเราไปจับ ตัวสั่นมากๆ สั่นมากกว่าสอบแอดอีก
แล้วเราก็จับได้สีเหลือง ตอนนั้นโคตรดีใจเลย
อารมณ์ประมาณว่า "กูมีหออยู่แล้ว"
ทีนี่ก็ต้องช่วยไอ้เอ็กซ์ลุ้นว่ามันจะได้หรือเปล่า
ปรากฏว่าไอ้พวกก่อนหน้าไอ้เอ็กซ์จับได้ใบสีชมพูติดกัน6คน
เป็นที่ตกใจของทุกคนที่มาจับมากๆ
เราก็เลยโคตรตื่นเต้นแทนไอ้เอ็กซ์เลย
แต่พอถึงช่วงไอ้เอ็กซ์มันกลายเป็นสีเหลือง
ไอ้เอ็กซ์ก็ได้สีเหลือง (รอดไป)
จากนั้นเราก็ไปนั่งเล่นในห้องชุมนุม
มีพี่แหวน พี่จิ๋ว พี่บอน พี่ชาย ไห้ บูมซ์
แล้วก็อีกหลายๆ คน
สนุกดี ไม่ได้มาห้องชุมนุมนานแล้วนะเนี้ย
มารื้อฟื้นความหลังกันอีกที จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ
ถึงจะมีเรื่องสนุกสนาน ตื่นเต้นมาทั้งวัน
แต่ตอนค่ำ ก็มีเรื่องให้เราได้เศร้าเหมือนกัน Nothingแค่อยากจะพิมพ์
ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราไม่มีค่าเลย พอเราคิดว่าเราต้องอกหัก
ต้องไปคิดถึงเค้า ทั้งๆ ที่เค้าก็ไม่ได้โทรมา หรืออะไรเลย เสียดายค่าตัวของตัวเองจริง
เบื่อนะเนี้ย การไปรักไปชอบใครเนี้ย น่าเบื่อจริงๆเลย จากนี้จะไม่ชอบใครแล้ว
ทำตัวเองให้ดูมีเกียรติมีศักดิ์ศรีดีกว่า
ถึงจะพูดอย่างนี้ แต่ก็คงทำยากอยู่หรอก
แต่ว่าถ้าคิดดู มันก็ควรจะทำให้ได้
เพราะว่าตอนนี้ เราเหมือนไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลย วันวันก็ดูแต่โทรศัพท์ เหม่อไปหมด อารมณ์เสียก็บ่อยขึ้น
ชอบคิดอะไรไร้สาระ เป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่ดีแน่ๆ
|
||||||||||||||||||
|
|